หลักการป้องกันนั้นง่ายสุด เมื่อสาเหตุเรารู้ก็แก้ตรงประเด็นนั่นเลย ชัดๆ ตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมให้สับสน จนขนเงินไปให้หมอตี๋ หมอปริญญามากมาย ทั้งที่แก้ไม่ยาก ถ้าอยากจะแก้ เพราะลองรู้สาเหตุ แต่ยังไม่ป้องกัน รับรองว่าไม่มีเทวดาหมอไหนช่วยคุณได้ นอกจากตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เข้าขั้นตอนป้องกันกันเลย
| ? |
1.
|
ไม่ตามใจปาก เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องตายเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องอ้วนก็รับไม่ได้ รับไม่ได้ก็ต้องฝืนความรู้สึก กินไร้ระเบียบ กินให้สมดุลกับพลังงานที่ใช้ออกไป จะเป็นตุ่มสามโคกไปโดยพลัน หรือเป็นขวดน้ำชาเขียวก็ตรองกันดู สำคัญ ลด ละ เลิก เหล้า บุหรี่ ทั้งเข้าและไม่เข้าพรรษาไปเลย |
| ? |
|
ถ้าอ้วนเพราะป่วย จากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ โรคบางอย่างที่ส่งผลให้อ้วน ก็ทำการรักษาอย่างตั้งใจ |
| ? |
3.
|
อ้วนเพราะกรรมพันธุ์ อาจจะป้องกันยากสักหน่อย แต่ก็ต้องคุมการกิน ไม่ให้อ้วนใหญ่โตเป็นตึก |
| ? |
4.
|
ควรออกกำลังกาย ไม่ใช่ออกเหยาะๆ แหยะๆ ต้องออกอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอด้วย |
| ? |
5.
|
ควบคุมจิตใจและอารมณ์ เมื่อรู้ว่าจิตอ่อนแอต่อกิเลสยั่วยุ ก็ต้องฝึกจิต อาจฝึกสมาธิ ฝึกจิต ปรึกษานักจิตวิทยา นักสะกดจิต คุมปากได้ ก็คุมน้ำหนักได้ |
| ? |
6.
|
ผู้หญิงอ้วนง่ายกว่าผู้ชาย ก็ควรระวังจุดอ่อนตรงนี้ ควบคุมตัวเองไว้ก่อนตั้งแต่วัยสาวสะพรั่ง จะได้ไม่แผละเมื่อเลยวัยสาว |
| ? |
7.
|
อายุมากขึ้นต้องระวัง อายุแม้จะเป็นเพียงตัวเลข แต่เลย 30 ยังแจ๋ว อาหารของโรคอ้วนจะวิ่งมาหาง่ายกว่าง่าย จะได้เข้าสู่วัยทองคำแท้ ไม่ใช่ทองคำเทียม |
เมื่ออ้วนควรทำอย่างไร ?
| ? |
1.
|
ควบคุมอาหาร (Diet) |
| ? |
|
ออกกำลังกาย (Exercise) |
| ? |
3.
|
ปรับนิสัยให้เหมาะสม (Behavior modification) |
ข้อที่ 3 ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะจากการทดลองแบ่งคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม ในระหว่างคอร์ส ลดน้ำหนัก ให้คุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกาย ทั้ง 2 กลุ่ม แต่อีกกลุ่มหนึ่งเพิ่มการปรับพฤติกรรมด้วย พบว่า เมื่อจบการทดลอง 2 เดือน สามารถลดน้ำหนักได้เท่าๆ กันในคนไข้ทั้ง 2 กลุ่ม แต่หลังจากติดตามการรักษา 6 เดือน พบว่า กลุ่มที่ไม่เปลี่ยนนิสัย จะกลับมาเป็นโรคอ้วนอีกมากกว่าร้อยละ 80
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Comments
No Comments
Leave a reply